I hate SMS Spam

สมัยผมเด็กๆ (อาจต้องย้อนไปนานหน่อย) การทำการตลาดแบบ Spam Marketing นั้นก็มีมาตั้งแต่ยุคนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจดหมายลูกโซ่ ที่ใช้จดหมายติดสแตมป์กันจริงๆ รวมถึงการเปิดตามสมุดโทรศัพท์ เอาชื่อและที่อยู่มาส่งจดหมาย ไม่ว่าจะโปรโมชั่นจริง หรือโปรโมชั่นแบบแหกตา

SMS Spam

SMS Spam

วันเวลาผ่านไปเทคโนโลยีถูกแทนที่ จนเดี่ยวนี้แทบไม่เห็นคนเขียนจดหมายใส่ซองติดสแตมป์หากันแล้ว จะมีก็เพื่อการส่งเอกสารสำคัญเท่านั้น เพราะโลกอินเตอร์เนตได้เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายด้วยบริการ email จะส่ง 100 ฉบับหรือ 1000 ฉบับก็ต้นทุนเท่าเดิม กลายเป็นเมลล์ขยะปลิวว่อนอยู่ในเครือข่าย ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เพราะมีโปรแกรมจำพวก Spam Filter เข้ามาช่วยจัดการกำจัดออกไป ที่หลุดรอดมาได้ คนก็ให้ความสนใจน้อยอยู่ดี บางทีลบโดยไม่อ่านด้วยซ้ำ หรือบางคนไม่เช็ค email เป็นสัปดาห์ๆ email spam ที่หวังผลเหล่านั้นก็หมดความหมาย

สุดท้ายก็หนีมาอยู่ที่อุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์เราไปเสียแล้วนั่นก็คือ โทรศัพท์มือถือนั่นเอง และก็หนีไม่พ้นการตลาดแบบ Spam หรือ Direct ที่เข้ามาอยู่บนอุปกรณ์นี้จนได้ บางครั้งผมว่าข้อความที่ได้รับก็น่าสนใจอยู่เพราะว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เราไม่อยากรับหละ บางทีถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหมือนกัน เพราะโทรศัพท์ก็ของเรา ค่าโทรศัพท์ก็จ่ายเอง แต่อยู่ดีๆดันมีคนยัดเยียดสิ่งที่เราไม่อยากได้ ส่งตรงมาถึงเครื่องมือถือเลยย จะนั่งอยู่ในห้องน้ำ หรือว่านอนอยู่บนเตียงก็ไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธ

ซึ่งตอนนี้ก็มีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลสิทธิผู้บริโภคทางด้าน โทรคมนาคมแล้ว มีชื่อว่า สบท. (สถานบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม) ที่มีโครงการจับมือกับ ผู้ให้บริการมือถือ และ กทช รวมถึงเร่งศึกษามาตรการ คุม sms ขยะ (ที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะศึกษาเสร็จ) งานนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปแหละครับว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะในมุมมองของผมนั้น ถ้าจะแก้กันจริงๆไม่ใช่แค่ควบคุมพวก Content Provider ให้ส่งเฉพาะกลุ่มที่อยากได้ข้อมูลเท่านั้น แต่ความจริงควรเริ่มต้นควบคุมไปถึง Operator มือถือด้วยว่า ควรเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าหรือไม่ หรือนำข้อมูลลูกค้าไปทำ List ขายให้กับบริษัทที่ต้องการส่ง Spam ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ เจ้าของเบอร์มือถืออนุญาตหรือไม่

แต่ถ้ามองในมุมของผมแล้วหละก็ ผมว่ามีแววไปไม่รอดค่อนข้างเยอะครับ ย้อนกลับไปกี่ปีแล้วก็ไม่รู้ ซึ่งผมว่านานพอสมควร ตอนที่บอกว่าจะมีการตั้ง กทช ขึ้นมามีโฆษณาออกมาว่าจะเป็นกลาง เป็นธรรม เป็นคนกลางเข้ามาดูแลนโยบายกิจการโทรคมในชาติ ทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นเลยครับ กับสิ่งที่บอกว่าหมายเลขโทรศัพท์เป็นสิทธิของผู้ใช้ สามารถย้ายไปค่ายไหนก็ได้แต่คงเบอร์เดิมไว้ สงสัยคงต้องรอให้เทคโนโลยีด้านมือถือไปถึง 30.5 G มั้งครับประเทศไทย ถึงมีนโยบายที่ชัดเจนและบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นแค่เสือกระดาษ

ข้อมูลเพิ่มเติม

[สบท เร่งศึกษามาตรการคุม SMS ขยะ]

[สบท จับมือผู้ให้บริการมือถือ และ กทช แก้ปัญหา SMS รบกวน]

Post a Comment