Nokia Damage Test Labs

ผมว่าจะเขียนเรื่องนี้มานานมากแล้วหลังจากได้อ่านครั้งแรก ทำให้รู้เลยครับว่าทำไมโทรศัพท์โนเกีย ถึงแม้จะผลิตในประเทศจีนจะอึด ทน ได้ขนาดนี้ เพราะว่าวันนี้ผมจะพาเยี่ยมชม Test Labs ของเจ้าพ่อมือถือค่ายใหญ่กัน

keypad pressing test

keypad pressing test

ด้านบนนั้นก็เป็นเครื่องเทสแรงกดของปุ่มต่างๆครับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องแต่ละเครื่องที่ออกจากโรงงานนั้นได้มาตรฐานที่ตั้งไว้ ไม่ใช่แค่เรื่องง่ายๆอย่างการเทสปุ่มกดเท่านั้น แต่เดี่ยวเราจะได้เห็นภาพกันแบบ shot by shot สำหรับการเทสโหดๆ ของเครื่องโทรศัพท์บริษัทนี้เลยทีเดียว

Liquids

dripping water test

dripping water test

โนเกียวางโทรศัพท์ลงบนแท่นเพื่อให้น้ำนั้นค่อยๆหยด แล้วไหลผ่านไป เพื่อเป็นการทดสอบเสมือนหนึ่งการใช้เครื่องอยู่ท่ามกลางสายฝน หรือว่าใช้งานแล้วมีน้ำกระเด็นใส่

humidity resistance test

humidity resistance test

รวมถึงเรื่องของความชื้น เพราะไม่ใช่ว่าเครื่องโทรศัพท์จะใช้อยู่ในออฟฟิสหรือว่าที่ๆแห้งอยู่ตลอดเวลา การใช้งานในแถบเอเซียที่มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น รวมถึงบางประเทศที่มีฝนตกตลอด ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ Nokia ต้องทดสอบเรื่องพวกนี้ด้วยเช่นกัน

liquid test

liquid test

เท่านั้นยังไม่พอครับ Nokia ยังทดสอบกับผลที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสัมผัสกับของเหลวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลชั่น น้ำหอม เจล ครีม หรือเครื่องสำอางค์ต่างๆ เพราะแน่นอนว่าสารเหล่านี้สามารถที่จะสัมผัสได้กับมือถือของเราได้ตลอดเวลาระหว่างการใช้งาน

Sturdiness

twisting test

bending test

สำหรับการ Test Blending และ Twisting นั้นก็ชื่อตรงตัวอยู่แล้วครับ ทดสอบการบิดงอ ซึ่งจากรูปแล้วเราคงงงกันว่าทำไมต้องทดสอบอะไรกันถึงขนาดนี้ด้วยหรือ แต่คำตอบที่ได้จาก Nokia นั้นก็คือเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการใช้งานจริง สำหรับคนที่ชอบเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง

dropping machine

dropping machine

dropping test

dropping test

อีกเรื่องนึงที่เป็นการทดสอบที่เห็นกันอยู่ทุกวงการนั้นก็คือ Drop Test ครับ แทบจะทุกอุปกรณ์ Electronic เลยก็ว่าได้ เพียงแต่การทำ Drop Test ของ Nokia นั้นไม่ธรรมดา ไม่ใช่เอาคนมาโยนแล้วดูผลกัน แต่ใช้เครื่องมืออันทันสมัยที่สามารถถ่ายภาพได้ถึง 100,000 Frames ต่อวินาที ซึ่งเร็วมากๆ ทำให้สามารถวิเคราะห์มุมตกกระทบต่างๆเพื่อเอามาใช้ในการปรับเปลี่ยนรูปทรง และการออกแบบตัวเครื่องเพื่อให้รองรับการตกกระทบในรูปแบบต่างๆ และเครื่องไม่เสียได้

Wear and Tear

dust boxt test

dust boxt test

อีกหนึ่งกา่รทดสอบที่ทาง Nokia ทำนั้นก็คือเรื่องความทนทานต่อการขีดข่วน เพราะการใช้งานจริง เราคงไม่ถือโทรศัพท์ไว้กับมือตลอดเวลาแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นซองหนัง ซองซิลิโคน หรือแม้กระทั่งการใส่ไว้ในกระเป๋าถือก็ตาม ซึ่งการใช้งานเหล่านี้ก็จะส่งผลให้เกิดรอยขีดข่วนต่อส่วนต่างๆของโทรศัพท์ได้ โดยการจับโยนลงไปในกล่องฝุ่นแล้วก็เขย่าครับ

wearing test

wearing test

แค่กล่องฝุ่นยังไม่พอ เจ้าโทรศัพท์ที่ถูกทดสอบนั้นจะยังถูกโยนลงไปเขย่าในกล่องที่ใส่เม็ดพลาสติกรูปทรงต่างๆลงไปอีกด้วย เพื่อทดสอบความทนทาน ต่อการขีดข่วนแบบหนักๆ

เป็นไงบ้างครับ กว่าจะได้โทรศัพท์ดีๆจากบริษัท Nokia ออกมา ต้องมีการสุ่มเครื่องจากสายการผลิตขึ้นมาทดสอบตามกระบวนการเหล่านี้เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานตามที่กำหนดจากบริษัทแม่ที่ฟินแลนด์ นี่ยังไม่รวมถึงการทดสอบแบบหฤโหดอื่นๆอีกเช่น การจับโทรศัพท์เข้าไปอยู่ในตู้ควบคุมอุณหภูมิที่อยู่ระหว่าง -40 ถึง 185 องศาฟาเรนไฮท์ เลยทีเดียว

และเมื่อผ่านกระบวนการที่ได้เห็นข้างต้นไปแล้วนั้น ไม่เพียงเฉพาะเครื่องที่จะถูกตรวจสอบโดยละเอียดว่าสามารถทำงานได้ต่อหรือไม่ แบตเตอรี่ที่เป็นส่วนประกอบหลักอันหนึ่งของโทรศัพท์มือถือนั้นก็จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน ซึ่งลึกลงไปถึงการ x-ray แบบสามมิติ และการดูรอยต่อของวงจร หรือว่ารอยบัดกรีในแต่ละจุดของแผงวงจรมือถือกันเลย

เป็นไงบ้างครับสำหรับ Nokia Damage Test Labs คนที่ใช้โทรศัพท์ Nokia คงอุ่นใจในคุณภาพกันมากขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม [Inside Nokia Test Labs : 3Critical]

2 Comment(s)

  1. ปลื้มใจ ใช้โนเกีย ฮ่า ฮ่า ทนสุดอ่ะ ทำตกสิบตลบมันยังไม่เป็นไร

    boonviwat | Feb 23, 2009 | Reply

  2. ผมสงสารโทรศัพท์
    เหมือนฝึกไปรบยังไงก็ไม่รู้

    แต่ เอ โนเกีย จากประสบการณ์ ทนทานจริงๆครับ

    โดยเฉพาะรุ่นเก่า อย่าง 3310
    ตกเป็นกิจวัตร ยังไม่เป็นอะไรเลย
    เยี่ยมๆๆ

    เอ็ม | Feb 26, 2009 | Reply

Post a Comment