Karshine Rain-off : น้ำยาเคลือบกระจกสำหรับหน้าฝน

สำหรับยุคโลกร้อนที่สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน เอาแน่เอานอนไม่ได้แบบทุกวันนี้ หลายๆคนรวมถึงตัวผมเอง คงเจอปัญหาในการขับรถตอนฝนตกแบบเดียวกันนั่นคือ เม็ดฝนติดกระจกทั้งด้านหน้า ด้านหลัง กระจกด้านข้าง กระจกมองข้าง

Karshine Rain-off

สำหรับกระจกด้านหน้ายังพอโอเคที่จะสามารถใช้ที่ปัดน้ำฝนได้ แต่บางทีก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก และบางครั้งยังทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลงไปอีก ส่วนกระจกมองข้าง เวลาเปลี่ยนเลนหรือจะเลี้ยวเข้าซอย ผมเองถึงกับต้องลดกระจกลงมาเลยเพราะเม็ดฝนที่ติดอยู่ตามกระจกนั้น ทำให้มองด้านข้างไม่ได้ เปลี่ยนเลนทีหวาดเสียวที พอดีเมื่อวันก่อนไปเดินโลตัส แล้วเหลือบไปเห็นน้ำยาเคลือบกระจกของ Karshine วางขายอยู่ ด้วยราคาเพียง 139 บาท ผมจึงไม่รีรอเลย ที่จะซื้อกลับมาทดลองใช้

สำหรับการใช้งานนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ทำความสะอาดกระจกที่ต้องการเคลือบให้สะอาด แล้วเทน้ำยาลงบนผ้าที่ให้มา เช็ดวนๆจนทั่ว ปล่อยทิ้งให้ขึ้นฝ้า เช็ดน้ำยาซ้ำอีกสองรอบ จากนั้นนำผ้าแห้งนุ่มๆมาเช็ดน้ำยาที่เป็นฝ้าออกจนกระจกใสเหมือนเดิม

Karshine Rain-off

รูปด้านบนเป็นรูปที่ผมลงน้ำยารอบแรก เมื่อทิ้งไว้ให้แห้งก็จะเกิดฝ้าบางๆขึ้น

จากการใช้งานหลังเคลือบน้ำยา Karshine Rain-Off พบว่าเม็ดฝนที่เกาะอยู่ด้านข้างนั้นลู่ตามลมไปทางด้านหลังเวลาขับรถ ทำให้ผมมองกระจกด้านข้างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนด้านหน้านั้นถ้ารถทำความเร็วได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เม็ดฝนจะไหลไปทางด้านบนไม่เกาะตัวหนาจนมองไม่เห็นทาง และเมื่อใช้ใบปัดน้ำฝนหลังจากเคลือบน้ำยานี้แล้ว การปาดเอาน้ำฝนออกไปยังเกลี้ยงกว่าเดิมอีกด้วย

โดยส่วนตัวแล้วสำหรับน้ำยาเคลือบกระจกราคาร้อยกว่าบาทนั้น ให้ผลเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว สำหรับปริมาณของน้ำยานั้น จากการที่ได้เคลือบไปแล้วหนึ่งครั้ง คาดว่าน้ำยาหนึ่งขวด น่าจะสามารถเคลือบกระจกรถทั้งคันได้เป็นสิบครั้งเลยครับ ก็นับว่าคุ้มค่าพอสมควรกับคุณภาพที่ได้ สำหรับใครที่มีปัญหาแบบเดียวกับผมก็ลองไปหามาใช้ดูได้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้ขับรถทุกท่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าเคลือบหรือไม่เคลือบเนี่ย เวลาฝนตก ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นในการขับขี่นะครับ ปลอดภัยไว้ก่อน

4 Comment(s)

  1. บางคนใช้น้ำยาพวกนี้แล้ว ตอนฝนตกกลับขับรถเร็วขึ้น เพื่อให้ลมไล่น้ำฝนจากกระจก โดยไม่ยอมเปิดที่ปัดน้ำฝน

    ใช้น้ำยาพวกนี้แล้ว เสียงยางเวลาปัดน้ำฝนจะดังขึ้น ดังจนรำคาญเลยล่ะ

    สุดท้ายต้องขัดออก

    แนท | Sep 25, 2009 | Reply

  2. อืมมม ยังไงก็ขับขี่ปลอดภัย อย่าขับรถเร็วเกินกำหนดครับ เห็นด้วยกับคุณแนท ส่วนผมกระจกหน้าไม่ค่อยเท่าไหร่ ที่ได้ใช้ประโยชน์จริงๆจะเป็นกระจกข้างครับ มันไม่เป็นละอองเล็กๆจนมองไม่เห็น

    joe | Sep 26, 2009 | Reply

  3. ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวัน มีประโยชน์ครับ
    แต่ ผมรู้สึกว่า ถ้าอยู่บนถนน ฝนตกนานๆ ต้องเคลือบซ้ำบ่อยเหมือนกัน
    อีกอย่าง น้ำยานั้น ผมไม่ทราบว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ ครั้งแรกไม่ระวัง ไม่ได้ใส่ถุงมือตอนเคลือบ ปรากฏว่า มือผมลอกเป็นแผ่นๆเลย โดยเฉพาะตรงนิ้วโป้ง กับนิ้วชี้ ที่โดนน้ำยาเยอะที่สุด

    เรื่องเสียงยางเวลาปัดน้ำฝน ผมไม่พบนะครับ

    ohm | Aug 29, 2010 | Reply

  4. แหะๆ มือลอกเหมือนกันครับ ช่วงนี้ผมก็เคลือบเฉลี่ยสองอาทิตย์ครั้ง หุๆ

    joe | Aug 30, 2010 | Reply

Post a Comment