เรื่องของ “ไข่” ที่ไม่ธรรมดา
By joe on Apr 3, 2008 in Travel & All Delicous
พอดีได้มีโอกาสมาทานข้าวที่โรงอาหารของ ม.มหิดล ศาลายา ซึ่งร้านที่ผมไปทานนั้นมีชื่อว่า เสธ.11 โดยที่เมนูที่น่าสนใจนั้นแปะไว้อยู่ด้านหน้าเลยครับ ไข่ ล้วนๆ

ตามที่เห็นในรูปด้านบนนั่นแหละครับ เมนูที่ทำมาจากไข่ทั้งสิ้น ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสลองก็อย่าลืมแวะมาบอกกันนะครับว่า ไข่พระอินทร์ กับ ไข่เทวดา และอีกหลายๆชื่อนั้นเป็นยังไง ส่วนผมขอเป็นก๋วยเตี๋ยวแทนดีกว่าสำหรับวันนี้
ไหนๆก็ว่ากันด้วยเรื่องของไข่แล้ว เรามาเจาะลึกกันถึงรายละเอียดในเรื่องนี้กันบ้าง ไข่นั้นจัดอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทที่ให้โปรตีนที่สูง ซึ่งในไข่ไก่หนึ่งฟองมีส่วนประกอบของโปรตีนสูงถึง 7 กรัมและยังมีกรดอะมิโนครบทุกชนิดที่ร่างกายเราต้องการอีกด้วย
ส่วนที่ว่าการกินไข่นั้นมีประโยชน์หรือมีคุณต่อร่างกายของเรากันแน่ ซึ่งมีการทดลองในอาสาสมัครที่ปกติ โดยให้ทานไข่ไก่สองฟอง ติดต่อกันเป็นเวลาสองอาทิตย์ แล้วทำการเจาะเลือด พบว่าระดับไขมันในเลือดนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เพียงแต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดนั้นไม่ควรที่จะได้รับปริมาณคลอเลสเตอรอลสูงเกินกว่าวันละ 200 มิลลิกรัม แต่ว่าในไข่ไก่หนึ่งฟองนั้นมีคลอเลสเตอรอลสูงถึง 210 มิลลิกรัมเลยทีเดียว
ซึ่งใช่ว่าคลอเลสเตอรอลนั้นจะเป็นผู้ร้ายไปซะทุกกรณี เพราะอันที่จริงแล้วคลอเลสเตอรอลนั้นเป็นสารสำคัญที่ร่างกายต้องมีไว้ แต่ต้องมีในปริมาณที่เหมาะสม และยังมีรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคลอเลสเตอรอลและภาวะการซึมเศร้า ซึ่งผู้ที่มี ระดับคลอเลสเตอรอลต่ำนั้นมีโอกาสที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าทางอารมณ์ได้มาก และมีโอกาสในการฆ่าตัวตายมากกว่าปกติ
ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ไม่ดี ผู้ร้ายตัวจริงนั่นก็คือปาก และความอยากของเรานี่เอง ซึ่งแทบจะเป็นสัจจธรรมอยู่แล้วว่า น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ไม่ดี ในเรื่องของไข่ก็เหมือนกัน ก่อนทานก็ควรรู้ระดับของตัวเราเองว่าสามารถที่จะทานได้มากน้อยแค่ไหน แล้วเราจะมีความสุขกับการทานอาหารและมีสุขภาพที่ดีควบคู่กันไปด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม [คุณค่าทางโภชนาการของไข่] ,[กินไข่ดีหรือไม่ดี โดยคุณหมอ วรงค์ ลาภานันต์]
ใช่แล้วหล่ะ ไม่มีอะไรที่เกินพอดีแล้วจะมีประโยชน์
และก้อเช่นกันอะไรที่น้อยเกินไป
ก็มักจะทำให้เราต้องมาเดือดร้อนเอาตอนหลัง
ว่าแต่หลังจากนี้คุณพี่จะ
อยู่ในพวกกลุ่มไหนดีหล่ะ
555
aor | Apr 3, 2008 | Reply
เห็นชื่อเมนูแล้วก็อยากรู้จริงๆ
ว่าที่ชื่อมันแปลกๆเนี่ย หน้าตา จะเป็นยังไง โฮๆ
boonviwat | Dec 1, 2008 | Reply