Nokia Ovi Maps Racing

จากความสำเร็จของ Apple Store Online ที่สามารถโหลด Application, Games หรือ Utility ต่างๆสำหรับ iPhone ที่มีให้เลือกมากมายทั้งฟรีและไม่ฟรี ส่วน Nokia เองก็มี OVI Store เหมือนกันครับ และที่สำคัญโปรแกรมแผนที่แจกฟรีของ Nokia อย่าง Ovi Map กำลังจะมี Game ตัวใหม่ให้โหลดใช้กันฟรีโดยใช้แผนที่ของเมืองต่างๆจาก Ovi Maps

ซึ่งเกมส์ที่ว่านี้ก็เป็นเกมส์รถแข่งที่มาแข่งกันบนแผนที่จริงๆ ไม่ว่าจะที่ตั้งตึก ตรอก ซอกซอยต่างๆ เลี้ยวกันเหมือนขับรถบนถนนเลยครับ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรลองคลิกที่วีดีโอด้านบนนี้ดู สำหรับ Ovi Maps Racing นั้นก็รองรับการทำงานบนระบบ Symbian S60 5th Edition แหะๆ Nokia E75 ของผมก็ต้องอดกันไป ยังดีนะครับที่เกมส์นี้เอาเฉพาะแผนที่มาใช้ ไม่ได้เอาข้อมูลการจราจรมาด้วยไม่งั้นถ้าเล่นบนแผนที่กรุงเทพฯคงอาจจะต้องแข่งกับจักรยานแทน อิอิ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Ovi Maps Racing by Nokia Press Release]

The Evolution of the Desktop Computer

สุดสัปดาห์นี้มาดูอะไรคลายเครียดกันดีกว่า ไหนๆก็ได้พักผ่อนกันแล้ว (แต่ผมก็ยังต้องทำงานต่อไป) ใครที่เข้ามาอ่านผ่านทางเครื่องโน๊ตบุ๊ค ก็คงสะดวกหน่อยพกพาไปไหนมาไหนได้ จะนั่งอ่านในห้องน้ำก็ยังได้ (แต่อยู่ไกลๆน้ำหน่อยจะดีมาก) ใครที่ใช้เครื่องตั้งโต๊ะหรือว่า Desktop นั้น ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าหน่อยใช้จอ CRT ก็ถือว่าอาจจะอยู่รุ่นเดียวกับผมก็ได้ เพราะว่าเครื่องคอมพ์ตั้งโต๊ะสมัยนี้นั้นมันช่างเล็กลงๆขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจอและ CPU

Evolution  of Desktop Computer

Evolution of Desktop Computer

ลองดูภาพการ์ตูนด้านบนนี้ดูสิครับ เป็นการ์ตูนที่เขียนแซวได้จนเห็นภาพที่ชัดเจนทีเดียว จากเครื่องตั้งโต๊ะที่มีจอใหญ่ CPU ขนาดใหญ่ จนกลายมาเป็นจอแบน LCD ซึ่งทุกวันนี้จอบางอย่างเดียวไม่พอ ยังจับ CPU ยัดเข้าไปไว้ที่เดียวกับจออีก ไม่แน่ว่าอนาคตอันใกล้ของเราอาจจะกลายเป็นช่องสุดท้ายของการ์ตูนก็ได้ครับ แบบว่าหายไปหมดเลย อิอิ ขำๆครับอย่าคิดมาก หัวเราะไว้จะได้ไม่เครียดครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม [The Evolution of the computer : The Next Web]

Google’s Sister : GooJJe

สมัยที่ผมเริ่มเล่นเนตใหม่ๆ Search Engine ที่ใช้ครั้งแรกเลยก็มีเพียง Altavista และ Yahoo เท่านั้น ซึ่งจะว่าไปแล้วในสมัยนั้นจะเรียกว่า Search Engine ซะทีเดียวก็ไม่ได้ น่าจะเป็น Directory List ซะมากกว่าถ้าเทียบกับความสามารถของ Search Engine ในปัจจุบัน และถ้าพูดถึง Search Engine ในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น Google แต่ใครจะคิดหละครับว่า Google  นั้นมีพี่สาวด้วย แถมชื่อคล้ายกันอีก

GooJJe : Google's Sister

GooJJe : Google's Sister

GooJJe เป็นชื่อของพี่สาวของ Google ที่ผมว่านี่แหละครับ เป็น Search Engine สัญญาติจีน ซึ่งว่ากันแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง Google แต่อย่างใด เพียงแต่ด้วยชื่อและการออกแบบที่คล้ายกันนั้นทำให้เกิดการแซวขึ้นตามการออกเสียงของภาษาจีน เพราะคำว่า Gle นั้นไปพ้องเสียงใกล้เคียงกับ Ge ในภาษาจีนที่แปลว่าพี่ชาย ส่วน Je นั้นก็ไปพ้องกับคำว่า Jie ที่แปลว่าพี่สาว เท่าที่ลองใช้ในการค้นหาเวปไทยนั้นก็ถือว่าค้นหาเจอพอสมควร แต่ผลที่ได้อาจจะยังไม่ดีเท่า Google แต่ถ้าเป็นเวปจีนแล้วหละก็ ผมเชื่อว่าน่าจะให้ผลที่น่าพอใจทีเดียว  สำหรับทาง Google เองนั้นก็ไม่ได้ให้คอมเม้นท์อะไรเพิ่มเติมกับการเปิดตัวของ GooJJe หลังจากที่โดนทาง Hacker จีนบุกรุกเข้าเครือข่าย ใครที่อ่าน เขียนภาษาจีนได้ ก็น่าไปทดลองใช้ดูครับ กับ GooJJe เครื่องมือ Search Engine สัญชาติจีนแท้ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม [GooJJe Official Site] [GooJJe BBC News]

Digital Revolvers

เห็นกันในหนังมาก็หลายเรื่องสำหรับปืนที่ออกแบบให้เฉพาะเจ้าของเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้ ทั้งอ่าน DNA หรือว่าลายนิ้วมือที่จับที่ด้ามปืน แต่เดือนหน้านี้ปืนที่ว่าจะมีให้เห็นกันในท้องตลาดแล้วครับ ราคาของเจ้าปืนที่ว่านี้ก็อยู่ที่ประมาณ 10,000 EUR สำหรับการใช้งานกับกระสุน .22 และความสามารถที่กล่าวมาข้างต้น

Digital Revolvers

Digital Revolvers

โดยเจ้าปืนไฮเทคที่ว่านี่ก็เป็นผลงานของ Armatix จากประเทศเยอรมันครับ โดยหลักการทำงานของมันอาจจะไม่ได้สุดยอดไฮเทคเหมือนกับในภาพยนต์ แต่ก็คล้ายๆกัน โดยการยืนยันตัวตนของผู้ใช้นั้นมาจากนาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อยู่โดยที่นาฬิกาและปืนนั้นจะต้องอยู่ใกล้กันถึงจะทำให้ปืนนั้นใช้งานได้ แต่คิดไปคิดมาแล้ว ถ้าคนอื่นขโมยนาฬิกาไป หรือถูกบังคับให้ยิงตัวเอง หรือว่าเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นแล้วไม่ได้ใส่นาฬิกา เฮ้ออออ คิดไปคิดมาแล้ว อยู่ไกลๆปืนดีกว่าครับ รอสงกรานต์แล้วไปเล่นปืนฉีดน้ำดีกว่า อิอิ

ข้อมูลเพิ่่มเติม [Digital Revolvers : Wired Danger Room]

The Gear Ring

เรียกได้ว่าหายกันไปนานที่สุด ผมว่าบางท่านอาจจะคิดแล้วว่าคงไม่ได้กลับมาเขียนอีกแน่ แต่ว่าเปล่าครับแบบว่าช่วงนี้ งานอื่นๆมันรัดตัวจริงๆ (รัดขนาดไหนเอวก็ยังไม่ลดลงซักที อิอิ) วันนี้ได้โอกาสแว๊บมาเขียน Blog อีกครั้งก็ปาเข้าไปเดือนแห่งความรักซะแล้ว วันนี้เลยเขียนเอาใจ หนุ่มๆสาวๆ ที่กำลังมองหาของขวัญวาเลนไทน์เก๋ๆซักหน่อยก็แล้วกัน รับรองว่าเหมาะกับหนุ่มสาวชาววิศวะแน่นอนครับ

The Working Gear Ring

The Working Gear Ring

สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชาววิศวะที่เรียกได้ว่าทุกมหาวิทยาลัยเลย นั่นก็คือ Gear หรือว่าเฟืองครับ (แต่มหาลัยผมเป็นน๊อตอะ) จะเป็นตุ้งติ้งติดเสื้อสำหรับสาวๆ หรือว่าเป็นจี้ Gear ที่สามารถใส่ห้อยกับสร้อยคอได้ก็ตาม ซึ่งโดยมากหนุ่มๆก็มักจะเอาไปให้กับแฟนสาว (ให้ไปเหมือนกัน และเลิกไปแล้วเหมือนกัน อิอิ) แต่ว่ามันอาจจะไม่แนวเท่าไหร่ วันนี้ก็เลยเสนอเป็น The Gear Ring ที่สามารถหมุนได้จริงๆครับ ทำจากสแตนเลส

ผมว่าตอนที่อยู่นิ่งๆบนนิ้วมันก็อาจจะไม่ค่อยดูเท่ห์ซักเท่าไหร่ แต่เมื่อลองได้หมุนแหวนแล้วเฟืองทุกชิ้นขยับรับกันนี่สิครับ หุๆ มันช่างน่าอเมซซิ่งจริงๆเลยจอร์จ อยากรู้ว่าเป็นยังไงลองคลิกที่วีดีโอสาธิตด้านบนเลยครับ เดี่ยวจะหาว่าเข้าข่ายโฆษณามากเกินไป เอาเป็นว่าใครสนใจก็ตามลิงค์ด้านล่างไปซื้อกันได้เลย สนนราคานั้นก็แพงพอสมควรทีเดียว โดยมีราคาอยู่ที่ 165US$ หรือประมาณ 5,600 บาท เป็นผมราคาแบบนี้เอาไปซื้อทองดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งของก็เป็นเพียงแค่ของนอกกายครับ คุณค่าจริงๆนั้นมาจากความตั้งใจ หรือความจริงใจที่จะให้มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติม [The Gear Ring : Kinekt Design]

Beware the Christmas Tree

เรื่องที่เขียนวันนี้อาจจะใกล้ตัวเข้ามาหน่อย เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่หลายๆคนให้ความสำคัญ ทั้งที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงทางศาสนาหรือว่าบ้าเห่อตามกระแส ใช่แล้วครับผมกำลังพูดถึงวัน Christmas วันนี้เนี่ยแหละครับ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งนอกเหนือจากซานตาครอสแล้วก็คือต้นคริสต์มาส ทั้งตกแต่งออฟฟิส ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า แม้กระทั่งห้องน้ำในบางที่ ซึ่งก็ประดับประดาด้วยของตกแต่ง และไฟอย่างสวยงาม ลองคลิกที่คลิปด้านล่างนี้ดูครับแล้วความคิดของท่านจะเปลี่ยนไป

อย่างที่เห็นกันในคลิปนี่แหละครับ เจ้าต้นคริสต์มาสนี้นั้น ถ้าติดไฟขึ้นมาแล้วมันจะอันตรายอย่างมาก เพราะว่ามันลามได้อย่างรวดเร็ว ลองดูอีกคลิปด้านล่างนี้ครับมาพร้อมกับคำอธิบายถึงที่มาที่ไปอย่างชัดเจน

สาเหตุหลักที่ต้นคริสต์มาสนี้ลามไฟอย่างรวดเร็วนั้นก็มาจากปฎิกริยาลูกโซ่ ที่เกิดขึ้นเหมือนกับระเบิดฝุ่นอย่างที่เห็นในตอนแรกของคลิปที่มีการนำแป้งพ่นใส่ไฟ เพราะว่าพื้นที่ผิวที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสอากาศหรือออกซิเจน ซึ่งในกรณีของต้นคริสต์มาสก็เป็นเพราะใบที่เป็นฝอยๆนั้นเองที่เพิ่มพื้นที่ในการติดไฟ ทำให้ไฟนั้นลามเร็วขึ้น ฉะนั้นใครที่อยู่ใกล้กับต้นคริสต์มาสหรือว่าตกแต่งสถานที่ด้วยต้นคริสต์มาสติดหลอดไฟ ก็ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น อย่างงี้แหละครับความสวยงามมักมาพร้อมกับอันตรายเสมอ

Transparent Truck System

สำหรับใครที่ขับรถเข้าออกต่างจังหวัดบ่อยๆ หรือว่าบนทางด่วนช่วงขาออกทางบางนา-ท่าเรือ คงได้เจอกับรถบรรทุก รถพ่วง หรือว่ารถตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งบางทีก็ขับช้าชิดขวาทำให้รถติด จะแซงก็อันตราย เพราะมองไม่เห็นว่าข้างหน้ามีรถอยู่หรือเปล่า ซึ่งหลายครั้งก็ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเหมือนกัน

transparent truck

transparent truck

อย่างรูปที่แสดงอยู่ข้างบนก็เป็นอีกหนึ่งคอนเซปท์ง่ายๆ เพียงติดกล้องหน้ารถใหญ่เหล่านั้นแล้วนำมาแสดงผลที่จอด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ ก็จะทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่าข้างหน้ารถบรรทุกเหล่านั้น มีรถอยู่หรือเปล่า หรือว่าปลอดภัยพอที่จะสามารถแซงได้หรือไม่ คงลดอุบัติเหตุได้อีกเยอะเลยครับ ซึ่งถ้านำมาใช้ที่เมืองไทยจริงๆผลพลอยได้ที่นอกเหนือจากลดอุบัติเหตุได้แล้ว ยังทำให้โจรขโมยล้อแม็กลดลงอีกด้วย เพราะว่าโจรเหล่านี้น่าจะหันไปขโมยจอที่ติดกับรถบรรทุกเหล่านี้แทน อิอิ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Art Lebedev's Transparentius : engadget]

When meeting the President

ผมว่าเป็นใครก็ต้องตื่นเต้นแน่นอนครับถ้าต้องเข้าพบหรือว่าประชุมร่วมกับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่ทำเนียบขาว เชื่อได้เลยว่าระบบการรักษาความปลอดภัยนั้นต้องเข้มงวด และรัดกุม ชนิดที่มดที่ไม่ได้รับอนุญาต คงไม่สามารถเดินป้วนเปี้ยนแถวห้องประชุมได้ รวมถึงอุปกรณ์การรักษาความปลอดภัยนั้นก็คงทันสมัยเหมือนที่เห็นกันในหนังสายลับแน่ๆ แต่เดี่ยวก่อนครับ ลองดูภาพด้านล่างนี้ดูกันก่อน

BB in the Whitehouse Basket

BB in the Whitehouse Basket

การฝากมือถือ หรือห้ามนำมือถือเข้าห้องประชุมร่วมกับท่านประธานาธิบดีนั้น ผมว่ามันก็สมเหตุสมผลดีอยู่หรอกครับ เพียงแต่ว่าวิธีการนั้นมันออกจะ ดูไม่สมกับเป็นทำเนียบขาวซักเท่าไหร่ วีดีโอด้านล่างนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยครับ

เอาเครื่องมือถือ แปะด้วย Post-it แล้ววางไว้ตะกร้า ดูแล้วไม่ค่อยสมกับเป็นขั้นตอนก่อนที่จะเข้าพบบุคคลสำคัญที่ทำเนียบขาวเลย จากประสบการณ์ที่เคยไปดูหนังรอบสื่อมวลชนนั้นผมว่าที่เมืองไทยยังทำได้ดีกว่าเลยครับ มีการใส่ซองใสติดเบอร์แยกไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับแจกบัตรเพื่อนำมาแลกคืนหลังหนังจบ ลองคิดดูครับถ้ามือถือในตะกร้าที่ทำเนียบขาว มี BlackBerry ซักสิบเครื่องแล้วกระดาษ Post-it ที่ติดไว้หลุดออกมาซักสี่ ห้าเครื่อง คงต้องมาเปิดดู ลองโทร กันให้วุ่นวายเป็นแน่ น่าส่งทีมงานของทำเนียบขาวมาดูงานตอนฉายภาพยนต์รอบสื่อมวลชนของประเทศไทยจริงๆครับ อิอิ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Leave your BlackBerry at the Door : CNN]

Google Goggles, Visual Search App

หายกันไปซะนาน ช่วงนี้เดินทางท่องเที่ยวทั้งภูเขา ทั้งทะเล จนร่างกายเริ่มจะไม่ไหวซะแล้ว ถ่ายรูปมาก็หลายแต่ยังไม่มีเวลาได้ Process เสียที วันนี้ก็เลยเขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องของภาพถ่ายซะหน่อย เมื่อ Google นั้นมีแผนที่จะออก Application ตัวใหม่สำหรับ Android Phone ที่ชื่อว่า Google Goggles เพียงแค่ถ่ายรูปสิ่งที่เราต้องการค้นหาแล้วกด Search ก็จะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาพนั้นๆ ลองคลิกที่คลิปด้านล่างนี้ดูครับ

ดูๆไปแล้วก็ถือว่าเป็น Application ที่น่าสนใจตัวหนึ่งของ Google เลยทีเดียว เพราะบางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาจะ Search ข้อมูลที่ต้องการนั้น จะพิมพ์ว่าอะไร เพราะไม่เคยรู้จัก หรือรู้ว่าสถานที่ สิ่งของนั้น เรียกว่าอะไรกันแน่ ก็เพียงแค่ถ่ายรูปแล้วก็สั่งค้นหาเท่านั้นเอง ถ้า Application ตัวนี้ออกมาให้ใช้กันเมื่อไหร่ผมว่าประเทศไทย ภาพที่ค้นหานี่คงเป็นรูปพวกคลิปหลุด คลิปฉาวแน่ๆ อิือิ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Google Goggles]

User Interfaces In Film, and the Man Who Designs Them

ใครที่เคยเรียนเขียนโปรแกรมนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องถูกสอนให้ออกแบบหน้าจอการใช้งานหรือว่า User Interfaces (UI) ให้ใช้งานง่ายแบบที่เรียกกันว่า User Friendly ไม่ว่าจะเป็น UI แบบ text mode เหมือนที่บางแบงค์ยังใช้งานกันอยู่ หรือว่าจะเป็น Graphic User Interfaces (GUI) ที่เราๆเคยชินกันทั้งบน Windows, Mac, Linux หรือแม้กระทั่งบนมือถือ ที่ต้องคำนึงถึงการปฎิสัมพันธ์กับผู้ใช้ อย่างไม่ยุ่งยาก หรือซับซ้อนเกินไป

User Interfaces in Film

User Interfaces in Film

แต่ที่ผมจะเขียนถึงในวันนี้นั้นก็คือ GUI เท่ห์ๆในภาพยนต์ไม่ว่าจะเป็น Mission Impossible 3, Bourne Identity, Mr & Mrs Smith ล้วนมาจากการออกแบบของ Mark Coleran ทั้งนั้นครับ ลองคลิกที่วีดีโอด้านล่างนี้ดู พร้อมกับผลงานของเขาในภาพยนต์ดังๆอีกหลายเรื่อง

สำหรับ GUI ที่ถูกออกแบบมาสำหรับภาพยนต์ บอกได้คำเดียวครับ มันรู้สึกเท่ห์มากๆ ถึงจะรู้ก็ตามว่า Application ที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นเพียงแค่ GUI ที่สร้างปลอมๆขึ้นมา แต่ว่าบางครั้งการออกแบบในหนังก็ได้กลายมาเป็น prototype สำหรับการใช้งานจริงๆ อย่างพวกระบบ Multi-Touch หรือ Transparent Screen ที่ใช้งานกันอยู่หรือกำลังพัฒนากัน ใครเห็นตัวอย่างจากในหนัง จะลองเอามาปรับใช้สำหรับการออกแบบ Software สำหรับคนไทยบ้างก็น่าสนใจเหมือนกันครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Mark Coleran]