LG LIfe’s Good

หนึ่งในค่ายมือถือที่จัดบูธได้ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้บูธอื่นนั่นก็คือ LG เจ้าของสโลแกน Life’s Good ที่เราคุ้นเคยกันดีในโฆษณา ซึ่งนับเป็นบูธมือถือที่ออกงานใน Communic Asia 2009 ที่ผมเดินนานที่สุด เพราะการจัดพื้นที่ได้ค่อนข้างชัดเจน แบ่งโซนได้น่าสนใจ รวมถึง Concept ต่างๆต่อตัวมือถือเองด้วย

LG @ Communic Asia 2009

LG @ Communic Asia 2009

Life's Good, when it's Green

Life's Good, when it's Green

อย่างภาพที่เห็นด้านบนก็เป็น Concept รักษ์โลกของทาง LG เค้าที่มีการใช้ชิ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นคู่มือที่ทำจากวัสดุ recycle ได้,Bio Plastic รวมถึงตัวบรรจุภัณฑ์ก็ยังเป็นมิตรต่อธรรมชาติ

 

Life is Viety-ful

Life is Viety-ful

LG VietySmart

LG VietySmart

อีกหนึ่ง Concept  ที่ผมค่อนข้างชอบ ไม่รู้ว่าคนที่คิด Wording พวกนี้นั้นเค้าคิดกันนานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ โดนใจดีครับกับ Life is Viety-ful ซึ่งเป็นการบัญญัติศัพท์ใหม่เลยก็ว่าได้ ไม่ใช่แค่ Beautiful หรือว่าสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ความสวยงามนั้นสามารถที่จะ Capture และนำมา View หรือแสดงผลของความสวยงามนั้นให้เราชื่นชมกันได้

Smarter than Smartphone

สำหรับวันนี้ที่ได้มีโอกาสตื่นเช้าหน่อยถึงแม้จะเป็นวันเสาร์ แต่ว่าก็ต้องไปทำงานครับหุๆ ก็เลยได้มีเวลามาอัพเดทเพิ่มเติมกับงาน Communic Asia 2009 ที่เพิ่งผ่านไป หัวข้อก่อนหน้านี้ก็เป็นทางบูธ Asus และ Garmin ที่มาใน Concept ของ  Communicate-Connect-Navigate  ส่วนวันนี้เราจะมาแวะกันที่บูธของ Samsung กันบ้างซึ่งมาใน Concept ของ Jet - Smarter than Smartphone

Samsung Booth in Communic Asia 2009

Samsung Booth in Communic Asia 2009

Samsung Jet : Smarter than Smartphone

Samsung Jet : Smarter than Smartphone

หลักๆใน Concept ของ Samsung Jet - Smarter than Smartphone นั้นก็จะเป็น

  • CPU Samsung 800 MHz
  • 3.1″ Wide AMOLED Display
  • One-Finger Zoom
  • DVD-Like Playing&Recording
  • Dolphin Internet Browser
  • GPS Application
  • และงาน multimedia อื่นๆ

ลองดู Video Presentation ด้านล่างนี้ดูครับ ผมว่าโทรศัพท์รุ่นนี้ทำออกมาได้น่าสนใจทีเดียว

 

ก็ถือเป็น wording ที่เรียกได้ว่าประกาศการแข่งขันกันตรงๆกับ Smartphone เลยก็ว่าได้ครับสำหรับการโปรโมทในครั้งนี้ ส่วนค่ายมือถือหลายๆค่ายที่ออกโทรศัพท์ออกมาเป็นแบบ Smartphone นั้นก็คงต้องหาทางแก้เกมส์กันเองว่าจะเอาจุดไหนมารับมือกับ Jet จาก Samsung ที่มาพร้อมกับ CPU ความเร็วขนาด 800 MHz ที่น่าจะตอบสนองได้ดีกับ Application ต่างๆที่เปิดขึ้นมาพร้อมกัน และการประมวลผลทางด้าน Multimedia

ข้อมูลเพิ่มเติม [Samsung Jet : Official site]

Phone for location based life

ตอนแรกนึกว่าอาทิตย์นี้จะได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับสิงค์โปร์ตอนที่ไปดูงาน Communic Asia ชนิดวันต่อวัน แต่รู้สึกว่างานอาทิตย์นี้หลังจากกลับมาก็ยังล้นมืออยู่ แต่จะทิ้งไว้ข้อมูลที่ได้มาก็จะ Out ไปซะก่อน วันนี้ก็เลยแอบใช้เวลาในที่ทำงานมานั่งอัพ Blog ให้อ่านกัน ซึ่งปีนี้งาน Communic Asia นั้นก็ยังจัดได้ว่าใหญ่เหมือนเดิม ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับฝั่ง Broadcast Asia นั้นเรียกได้ว่าไม่มีคนกันเลย ทางฝั่ง Communic Asia เจ้าของ Product ด้าน Telecom ก็มากันเพียบ แต่ที่ผมไม่เห็นนั้นกลับเป็น Motorola กับทาง Nokia-Siemens Network ฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูกันที่ Booth แรกครับ ซึ่งนำเสนอใน Concept ของ Phone for location based life

Garmin-Asus Phone for location based

Garmin-Asus Phone for location based

ก็เป็นการจับมือกันระหว่างเจ้าพ่อด้าน GPS Device อย่าง Garmin กับเจ้าพ่อด้าน Computer ที่หลังๆหันมาเอาดีด้านโทรศัพท์มือถืออย่าง ASUS โดยโปรยคำโฆษณาไว้แบบ All in one ในเครื่องเดียวกันชนิดที่ว่าไม่ต้องพกอุปกรณ์กันหลายชิ้น ไม่ว่าจะ Communicate, Connect และ Navigate

Communicate-Connect-Navigate

Communicate-Connect-Navigate

คราวนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งพก โทรศัพท์ GPS และ PDA แยกกันแล้ว ซึ่งความจริงโทรศัพท์ที่เป็น PDA และมี GPS อยู่ด้วยก็มีนานซักระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ว่าคราวนี้นั้นเป็นการจับมือกันทั้งสองแบรนด์ดังแล้วทำการตลาดด้วยกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลออกมาจะเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆ โทรศัพท์เครื่องต่อไปของผมนี่เล็งไว้แล้วว่า Nokia e71 แน่นอน เพราะว่าหน้าจอสัมผัสอาจจะไม่เหมาะกับผมที่ชอบการพิมพ์ sms และจด Note เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับ GPS อีกด้วย หุๆ

My Insomnia

ไม่ได้เขียน Blog มาสองอาทิตย์เต็มๆ วันนี้ก็เริ่มกันเลยละกันสำหรับตอนตีสามแบบนี้ ซึ่งในสมองของผมเองความจริงแล้วก็ควรจะเป็นตีสี่ซะด้วยซ้ำเนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากสิงค์โปร์ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ทำให้นอนไม่หลับแบบนี้ นับแกะก็แล้ว นับเลขก็แล้ว สวดมนต์จนไม่รู้จะกี่จบก็แล้ว ก็ยังไม่หลับซักที หุๆ ว่าแล้วก็เลยหยิบ Mac Book ที่ห่างหายจากกันไปสี่วันสำหรับภารกิจเดินทางไปดูงาน Broadcast Asia กับ Communic Asia มาอัพบล๊อคให้อ่านกัน คาดว่าอาทิตย์นี้คงได้เขียนเกี่ยวกับสิงค์โปร์แน่ๆ สำหรับประสบการณ์ที่ไปมาจนจำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้ง แต่คืนนี้ขอเขียนเรื่อง Insomnia กันก่อนแล้วกันนะครับ เพราะไหนๆก็นอนไม่หลับกันแล้ว

insomnia

insomnia

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากที่ค้นข้อมูลมา ดูเหมือนว่าอาการนอนไม่หลับของคนเรานั้นสามารถจัดออกเป็นสามกลุ่มด้วยกันคือ

  • Transient insomnia มีอาการตั้งแต่ระดับวันจนถึงสัปดาห์ อาจเกิดจากการผิดที่นอน เวลา ความเครียด 
  • Acute insomnia เป็นกลุ่มที่มีปัญหาในการนอน หรือการพยายามนอนให้หลับ โดยมีอาการติดต่อกันตั้งแต่ สามสัปดาห์ถึงหกเดือนด้วยกัน
  • Chronic insomnia กลุ่มนี้มีอาการที่หนักที่สุด เข้าขั้นมีปัญหาการนอนไม่หลับอย่างเรื้อรังมากกว่ากลุ่มก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีผลกระทบกระเทือนกับจิตใจอย่างรุนแรง หรือเป็นปัญหาที่เกิดจากร่างกายโดยตรงมีอาการตื่นกลัว หรือตื่นตัวอยู่ตลอด และหนักสุดอาจทำให้เกิดภาพหลอนได้

สำหรับผมตอนนี้คงอยู่ในขั้นต้นๆ ที่น่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนบางอย่างก็น่าจะรักษาหาย ส่วนใครที่เป็นเข้าขั้นมากจริงๆก็คงต้องปรึกษาแพทย์อย่างเป็นทางการจริงๆแหละครับ ซึ่งเชี่ยวชาญสำหรับด้านการนอนหลับจริงๆ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งทีเดียวในการรักษา ไม่ว่าจะทั้งทางด้านร่างกาย สมอง ระบบประสาท รวมไปถึงทางด้านจิตเวชอีกด้วย ซึ่งเพื่อนผมที่ใต้หวันคนนึงเคยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฟังเพลงประเภท Hemi Sync ด้วยเหมือนกันแล้วผมจะมาเล่าให้ฟังอีกทีหนึ่งครับ ส่วนคืนนี้ก็ขอไปข่มตานอนอีกรอบดีกว่า ไม่งั้นเดี่ยวพรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหวแน่ๆ หุ่นยิ่งเหมือนแพนด้าอยู่ เกิดตาดำขึ้นมาเดี่ยวเค้าจะคิดว่าแพนด้าหลุดออกมาจากสวนสัตว์ ตอนนี้ยิ่งเป็นช่วง Panda Fever อยู่ด้วย อิอิ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Insomnia : WikiPedia]

Spider Camera Holster

ช่วงนี้รู้สึกว่าผมเองจะงานเข้าอย่างมากเลยครับ ไม่แน่ใจว่าอาทิตย์นี้จะได้เขียนครบทุกวันหรือเปล่า รู้สึกร่างกายล้าเอาอย่างมาก อยากหนีจากกรุงเทพฯไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดเสียจริงๆ โดยเฉพาะไปเที่ยวทะเลหรือภูเขาพร้อมกับกล้องคู่ใจ วันนี้ก็เลยจะแนะนำอุปกรณ์ตัวหนึ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานกล้อง SLR ไม่ว่าจะฟิลม์หรือว่า Digital แต่ไม่รู้ว่าจะ Work หรือเปล่า ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า Spider Holster ลองดูคลิปการใช้งานด้านล่างนี้ดูเลยครับ

spider holster camera

spider holster camera

 

ถือว่าเป็นไอเดียง่ายๆ ที่เอามาใช้ได้ดี (หรือเปล่า) ในการพกพากล้อง SLR ที่มีขนาดและนำ้หนักค่อนข้างใหญ่ในการใช้งาน ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่สะดวกที่ต้องสะพายทั้งกล้อง ทั้งกระเป๋า ห้อยคอ ยกกล้องถ่าย เดินไปจัดแสง จัดท่านางแบบ หรือหามุม แล้วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอีก แน่นอนครับอุปกรณ์นี้ก็คิดค้นโดยตากล้องมืออาชีพ จากประสบการณ์ของความไม่สะดวกจากการใช้งาน ใครที่สนใจก็ตามลิงค์ด้านล่างไปซื้อได้เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Spider Holster]

The Trinity of Personal Computing

ถ้าว่ากันถึงเรื่องของ OS (Operating System) หรือที่กันว่าระบบปฎิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้น แน่นอนว่าย่อมหนีไม่พ้นสามค่ายหลัก นั่นคือ Windows ที่ครองอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย Mac OS และ Linux ที่มีให้เลือกกันหลาย Distribution นับได้ว่าผู้ที่คิดค้นระบบปฎิบัติการนี้ขึ้นมานั้น เปรียบเสมือนคนที่ควบคุมความเป็นไปของโลกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยก็ว่าได้

holy trinity

holy trinity

ฉะนั้นก็เลยมีคนเอามาวาดเป็นรูปด้านบนนี้แหละครับ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ศาสนานะครับ แต่ผมว่าเอาสามคนที่ว่านี้พร้อมด้วยสัญลักษณ์ที่เห็นก็รู้ว่าเป็นตัวแทนของ Brand ไหนมาทำเป็นรูปแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ อย่างน้อยถ้าไม่มีสามคนนี้ ก็ไม่รู้ว่าโลกคอมพิวเตอร์ของเราจะไปถึงไหนกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม [The Trinity of Personal Computing : Flickr]

Dominoes in the Office

สำหรับสุดสัปดาห์แบบนี้ ใครที่กำลังมองหาวิธีที่จะ Entertain เพื่อนที่ออฟฟิสในวันทำงานที่กำลังจะมาถึงผมขอแนะนำเลยครับ Dominoes ไม่ใช่ให้เอามาเล่นกินตังค์กันนะครับ เอามาเรียงแล้วก็ผลักให้ล้มต่อเนื่องกันไป อาจจะเห็นว่าง่ายๆ แต่ถ้าเราเอามาเรียงไว้ทั่วออฟฟิสหละครับ จะเป็นอย่างไรบ้าง ลองดูคลิปวีดีโอด้านล่างนี้ดู

 

 ผมว่านี่ก็เป็นหนึ่งในวิธีทำ Marketing อย่างหนึ่งเหมือนกัน หลายโฆษณาที่ผมเห็นก็มักจะเอาเจ้า Domino Effect นี้มาเป็นไอเดียตั้งต้นเหมือนกัน สำหรับใครที่สนใจจะนำไปทำที่ออฟฟิสก็อย่าลืมถ่ายวีดีโอแล้วส่งมาให้ดูบ้างนะครับ แต่ที่แน่ๆ ระหว่างเรียงอยู่อย่าให้ใครมาทำล้มกลางคันก็พอ หุๆ

Coffee Kiss by Tsang Cheung Shing

เดี่ยวนี้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟถ้าเปรียบเทียบกับสมัยผมเด็กๆนั้นเรียกได้ว่าต่างกันฟ้ากับเหวเลย จนในที่สุดกาแฟที่ผมคุ้นเคยนั้นก็ต้องกลายเป็นกาแฟโบราณไป ซึ่งสมัยนี้นั้นต้องเป็นกาแฟสด มีแบรนด์ เท่านั้นยังไม่พอ นอกเหนือจากรสชาติที่ต้องแข่งกันแล้ว ในเรื่องรูปแบบของร้าน หรือแม้แต่การตกแต่งหน้ากาแฟ ยังเป็นปัจจัยหนึ่งในการดึงดูดลูกค้าอีกด้วย

coffee kiss

coffee kiss

เหมือนหัวข้อที่ผมเขียนไว้แหละครับ Coffee Kiss ก็อย่างที่เห็นกันในรูปด้านบน เพียงแต่ว่ากาแฟสองแก้วนี้คงดื่มไม่ได้แน่ๆ เพราะว่ามันเป็นงานศิลป์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาโดย Tsang Cheung Shing ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่นของ Hong Kong Museum of Art โดยแสดงอยู่ที่อาคารสนามบินที่เกาะฮ่องกงเนี่ยแหละครับ ถ้าคนชงกาแฟคนไหนสามารถเทกาแฟแล้วออกมาได้เป็นรูปแบบนี้จริงๆรับรองร้านคงเต็มไปด้วยคนแน่ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Coffee Kiss : moillusions]

Baby Geeks

วันนี้เรามาดูอะไรที่ไมีเครียดกันบ้างละกันนะครับ ใครที่มีลูกมีหลานดูแล้วอาจจะได้ไอเดียในการถ่ายรูปใหม่ก็ได้ อิอิ นับว่าวันนี้นั้นเทคโนโลยีใกล้ตัวเรามากขึ้น เรียกได้ว่าตั้งแต่แต่ตื่นจนเข้านอนเลยทีเดียว แล้วถ้าเป็นระดับเจ้าหนูน้อยตัวเล็กๆหละครับจะเป็นไง ลองดูรูปข้างนี่ดู

baby geeks

baby geeks

 

baby geeks

baby geeks

ใครที่มีเด็กเล็กๆในบ้าน คงคุ้นเคยกับภาพเหล่านี้ดี แต่ภาพแรกนี่ออกจะเป็นการยัดเยีนดเกินไปหน่อยนะครับ อิอิ ยังมีภาพน่ารักๆแบบนี้อีกเพียบเลย ลองตามลิงค์ด้านล่างไปดูกันได้เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม [Baby Geeks : GeeksAreSexy]

หมัดต่อหมัด โฆษณา Microsoft VS Mac

ดูเหมือนว่าจะกินกันไม่ลงทีเดียวสำหรับสองบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าพ่อ OS ค่ายนึงไม่ยึดติด Hardware ลงได้หมด มีให้เลือกหลากหลาย หลายยี่ห้อ หลาย Spec หลายราคาคือฝ่าย Microsoft เจ้าของ OS ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกนั่นคือ Windows อีกค่ายหนึ่งขาย OS พร้อมเครื่องไม่ต้องมาห่วงเรื่อง OS ผิดลิขสิทธ์ มีให้เลือกเพียงยี่ห้อเดียวนั่นคือเครื่อง Mac ของค่าย Apple

เริ่มกันที่ค่าย  Microsoft ก่อนด้วยแคมเปญที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายกับ Laptop Hunter, You find it-You keep it

 

ส่วนทาง Apple นั้นก็ยังยึด Concept เดิมครับ i’m Mac-i’m Pc. แต่ว่าคราวนี้อัดเต็มๆเพื่อสู้กับโฆษณาตัวข้างบนของ Microsoft โดยนำจุดอ่อนของ Windows มาแสดงให้เห็นกัน
 

เป็นไงกันบ้างครับกับสองโฆษณาที่อัดกันแบบหมัดต่อหมัด โดยส่วนตัวแล้วผมว่าทั้งสองค่ายนั้นมีจุดดี จุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ทำออกมาเป็นโฆษณาก็ยังแตกต่างกัน Microsoft นั้นมักจะแสดงให้เห็นถึงข้อดีข้อเด่นในการใช้งานอย่างชัดเจน ส่วน Mac นั้นจะทำออกมาในแนวของศิลปิน หรือว่างานทางด้าน Art ที่แสดงให้เห็นถึงรสนิยมที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่า OS ก็เป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งแหละครับ สำหรับคนทำงานนั้น ยึดผลของงานดีกว่า ส่วนเครื่องมือนั้นก็เลือกตามความเหมาะสมกับงานที่เราทำอยู่ดีที่สุด